Breaking News
Home / ข่าวกีฬา / โชเซ่ มูรินโญ่ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด

โชเซ่ มูรินโญ่ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด

โชเซ่ มูรินโญ่กำลังอยู่ในสถาณะการณ์ที่น่าเป็นห่วงสุดๆหลังจากทผลงานได้อย่างย่ำแย่โดยการแพ้ไบรท์ตันและโดนสเปอร์บุกทุบคาบ้านอย่างน่าผิดหวัง แน่นอนว่าผลงานแบบนี้คงมีคนรอซ้ำเติมกุนซือเจ้าอีโก้เป็นจำนวนมากหากเขาพลาดอีกในครั้งต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นยังมีอีกพวกทีคอยให้กำลังใจเจ้าตัวอยู่เสมอเดียววันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่ามีใครบ้างที่จะคอยซ้ำเติมตอนเขาล้มและจะมีซักกี่คนที่คอยยื่นมือมาดึงมูรินโญ่ให้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง…

ถ้าพูดถึงกุนซือระดับท็อปๆของโลกคงมีชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ ติดอยู่แน่นอน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จะทำให้ทีมวงการฟุตบอลแตกหักเป็นสองฝ่ายได้อย่างเขาคนนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ถือว่าเป็นกุนซือที่มีฝีมือสุดยอดมากคนหนึ่งของวงการนี้เลยก็ว่าได้ การคุมทีมของเจ้าตัวทั้ง 4 ประเทศ อย่างน้อยๆเขาต้องมีถ้วยรางวัลติดไม้ติดมือซัก 1 รายการกับทีมที่เขาคุมอยู่ ณ ตอนนั้น แต่สำหรับคนอีกพวกนึงมักจะมองว่ากุนซือเลือดโปรตุเกสนั้นฝีมือการคุมเริ่มทดถอยลงไปเรื่อยๆตามกาลเวลา และมักจะทำผลงานกับทีมนั้นได้ดีแค่ช่วงแรกๆของการเข้ามาเป็นโค้ชเท่านั้น

“เขาต้องการคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะสามารถโจมตีหรือปกป้องลูกทีมได้” นี่คือคำพูดของดีเอโก้ มิลิโต้ อดีตกองหน้าของอินเตอร์ มิลาน ที่เคยทำงานร่วมกับกุนซือโปรตุกีส และวันนี้เราจะพาไปดูคู่แข่งและคนที่คอยให้กำลังใจเจ้าตัวกันว่ามีใครกันบ้าง…

ศัตรูเบอร์หนึ่ง : เอ็ด วูดเวิร์ด (รองประธานฝ่ายบริหาร และผู้อำนวยการ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

เอ็ด วู้ดเวิร์ดได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารของทีมในวันที่ 30 เมษายน ก่อนที่จะได้เป็นรองประธานฝ่ายบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิมิเต็ด (สหราชอาณาจักร) เขาเคยเป็นผู้อำนวยการกลุ่มสินค้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ MUTV มาก่อนรวมถึงเป็นคณะกรรมการฝ่ายการตลาดของสมาคมสโมสรยุโรป ถือเป็นเรื่องที่น่าหนักอกหนักใจสำหรับแฟนบอลเรด อามี่ เพราะขณะนี้ดูเหมือนว่ารอยร้าวระหว่างรองประธานฝ่ายบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ กุนซือเดอะสเปเชี่ยล วัน ที่พึ่งจะต่อสัญญากับทีมไปหยกๆดูเหมือนจะเริ่มแตกหักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยสาเหตุนั้นมาจาก เอ็ด วู้ดเวิร์ดที่มีตำแหน่งเป็นรองประธานฝ่ายบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ค่อยให้การสนับสนุนในการซื้อนักเตะในช่วงตลาดนักเตะในรอบที่ผ่านมาซึ่งมันเป็นจำนวนเม็ดเงินที่มหาศาลเพื่อแลกกับนักเตะในเป้าหมายของ กุนซือเดอะสเปเชี่ยล วัน ซึ่งเอ็ด วู้ดเวิร์ดให้เหตุผลว่านักเตะแต่ละคนที่เข้าตาของโชเซ่ มูรินโญ่นั้นมีอายุอานามเยอะเกินไป และพอซื้อมาแล้วนักเตะเหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะขายกลับไปในราคาที่ได้กำไรให้ใครได้หรือเรียกง่ายๆว่าซื้อมาใช้และขายออกในราคาที่ขาดทุน หากนักเตะคนนั้นทำผลงานได้มีดีกับทีมก็เท่ากับเปล่าประโยชน์ไปเสียดื้อๆ

หากมองจากเบื้องหน้าในมุมมองของบุคคนทั่วไปก็จะเห็นว่ากุนซือเดอะสเปเชี่ยล วันกับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด นั้นมีมุมมองแนวคิดที่ไปในทิศทางเดียวกันอยู่ไม่น้อย แต่เดียวก่อน… ทางเจ้าตัวโชเซ่ มูรินโญ่ พึ่งออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตอนนี้เขามีหน้าที่เหมือนเฮดโค้ชมากกว่าการเป็นผู้จัดการทีม นั้นหมายความว่ารอยร้าวของทั้งคู่ยังคงนั้นเริ่มที่จะลึกขึ้นๆเรื่อยๆอย่างแน่นอน

ศัตรูอันดับที่สอง : อาร์เซน เวนเกอร์ (อดีตผู้จัดการทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อล)

อาร์แซน แวงแกร์ เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวฝรั่งเศส และเคยเป็นผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ยาวนานกว่า 22 ปี (ในระหว่างปี 1996-2018) เขาเป็นผู้จัดการทีมที่ดีและประสบความสำเร็จกับทีมอาร์เซน่อลอย่างมากมายทั้งในเรื่องถ้วยรางวัลและระยะเวลาการเข้ามาคุมทีมที่นานที่สุดของอาเซน่อล

อาร์แซน แวงแกร์กับโชเซ่ มูรินโญ่ นั้นไม่ค่อยลงรอยกันอย่างเห็นได้ชัดซึ่งมีปันหากันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีคอังกฤษ ทั้งคู่นั้นต่างไม่ค่อยอยากจะพูดกันซักเท่าไหร่ การแตกหักนี้เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่ายมีแนวทางความคิดในด้านฟุตบอลที่ต่างกันโดยที่อาร์แซน แวงแกร์ ให้ความสำคัญกับรูปแบบการเล่นสไตล์ ในขณะที่โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นให้ความสำคัญไปที่ผลลัพธ์เสียมากกว่ารูปแบบการเล่น ซึ่ง โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นมักจะสบถเรียก อดีตผู้จัดการทีมอาเซน่อลว่า ‘กวี’ หรือไม่ก็พวกมีแต่อุดมการณ์

ศัตรูอันดับที่สาม : มิโน่ ไรโอล่า (เอเย่นต์คนดัง ของนักเตะที่ชื่อว่า ปอล ปอกบา)

มิโน่ ไรโอล่า ไม่ใช่เอเย่นต์เหมือนคนอื่นทั่วๆไปตัวเขานั้นมักจะออกมาแสดงความคิดเห็นในสิ่งต่างๆอยู่เสมอถ้าเขาเห็นอันไหนไม่ค่อยถูกใจซักเท่าไหร่ เขามีความเป็นตัวเองสูงมากและไม่เคยอายที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ ไวๆนี้ เอเยนต์ชาวอิตาเลี่ยนก็เพิ่งออกมาวิจารณ์พอล สโคลส์ ตำนานกองกลางของแมนฯ ยูไนเต็ดอย่างแสบสัน โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ค่อยจพถูกใจกับเอเย่นต์นี้ซักเท่าไหร่เนื่องจากเขาพยายามหาสโมสรใหม่ให้ปอล ป็อกบา ลูกค้าเนื้อหอมดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลกอยู่เสมอ

ศัตรูอันดับที่สี่ : เซร์จิโอ รามอส (กัปตันสโมสรฟุตบอลเรอัล มาดริด)

เซร์ฆิโอ ราโมส การ์ซิอา หรือที่ทุกคนรู้จักกันว่า เซร์จิโอ รามอส เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน และตอนนี้ได้เล่นให้กับสโมสรที่เชื่อว่าดีที่สุดในโลก โดยที่จุดเริ่มต้นปัญหาของทั้งคู่นั้นเกิดจากตอนนั้น โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นนายใหญ่แห่งเรอัล มาดริด และเจ้าตัวนั้นได้ดร็อป อิเกร์ กาซิยาส ซึ่งเป็นนายด่านตัวสำคัญของสโมสรและเปรียบเสมือนตัวแทนของสโมสร นายด่านของเรอัล มาดริดนั้นได้อยู่กับสโมสรมาอย่างยาวนาน และยังเป็นที่รักในบรรดานักเตะในสโมสรอีกด้วย ซึ่งการถูกดรอปไปเป็นตัวสำรองนั้นทำให้เพื่อนซี้อย่าง เซร์จิโอ รามอส เดือดเอามากๆและไม่กลัวเลยที่จะแสดงความคิดเห็นของตนมาออกมา โดยปัญหานี้ทำให้สโมสรราชันชุดขาวนั้นแบ่งพรรคแบ่งพวกกันออกเป็นสองฝ่ายผู้เล่นบางส่วนกับแฟนบอลมีความเห็นและอยู่ฝั่งเดียวกับโชเซ่ มูรินโญ่ แต่อีกพวกหนึ่งก็อยู่ข้างเซร์จิโอ รามอสและอิเกร์ กาซิยาส และเรื่องดังกล่างก็อยู่คอยระแคะระคายกับทีมเรื่อยมาจนกระทั้งโชเซ่ มูรินโญ่ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมความขัดแย่งดังกล่าวจึงค่อยๆจางหายไป โดยในปี 2017 เซร์ฆิโอ ราโมส ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “มูรินโญ่เป็นแค่โค้ชหนึ่งคนที่ผมเคยร่วมงานด้วยในอาชีพนักฟุตบอล ผมไม่คิดว่าเขาเปลี่ยนอะไรในชีวิตนักฟุตบอลผมหรอก” ในตอนที่สื่อถามเกี่ยวกับเรื่องการเปรียบเทียบระหว่างโชเซ่ มูรินโญ่ กับ ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือผู้พาราชันชุดขาวคว้าแชมป์รายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกันได้สำเร็จก่อนที่  ซีเนอดีน ซีดาน จะประกาศอำลาสโมสรไปอีกคน

ศัตรูอันดับที่ห้า : อันโตนิโอ คอนเต้ (อดีตกุนซือสโมสรฟุตบอล เชลซี)

อันโตนิโอ คอนเต้ เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 ในเมืองเลชเช่ เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวอิตาลีและเคยเล่นให้กับยูเวนตุส เคยเป็นผู้จัดการทีมชาติอิตาลีต่อจาก เชซาเร่ ปรันเดลลี ที่ลาออกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016–17 คอนเต้ได้เป็นผู้จัดการทีมเชลซี โดยได้รับการแต่งตั้งตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล 2015–16 โดยได้เซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี โดยคอนเต้ได้คุมทีมเชลซีจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2018 โดยก่อนหน้านั้นคอนเต้ได้ถูกเลือกมาเป็นกุนซือของสิงโตน้ำเงินครามแทนกุนซือคนเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ในปี 2016 และอดีตนักฟุตบอลของยูเวนตุสได้พาเชลซีคว้าแชมป์ประสบความสำเร็จอย่างทันท่วงที ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนนี้เหมือนจะมีการฟาดฝีปากกันอยู่เป็นบางครั้งบางคราวหลังจากที่กุนซือชาวโปรตุกีสอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ออกมาวิจารย์กับสื่อว่าท่าแสดงความดีใจกับของคอนเต้ ในเกมที่เชลซีเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 4-0 ในเดือนตุลาคม 2016 เขารู้สึกเหมือนโดนอันโตนิโอ คอนเต้ เหยียดหยาม และหลังจากนั้นเป็นเวลานานทั้งคู่ได้เปิดศึกน้ำลายกันอยู่หลายครั้ง โดยโชเซ่ มูรินโญ่เคยบอกว่า คอนเต้นั้นเหมือนกับเป็นตัวตลกที่คอยแสดงโชว์อยู่ข้างสนาม หลังจากนั้นเขาก็โดน คอนเต้ สวนกลับมาอย่างทันควันว่า โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นเหมือนกับเด็กปัญญาอ่อน จอมปลอม และชอบทำตัวเหมือนกับเด็กน้อยอีกด้วย

ศัตรูคนที่หก : ราฟาเอล เบนิเตซ (อดีตกุนซืออินเตอร์ มิลาน และอีกหลายๆทีม)

ราฟาเอล “ราฟา” เบนิเตซ เมาเดสเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวสเปน เป็นอดีตผู้จัดการทีมบาเลนเซีย,ลิเวอร์พูล, อินเตอร์มิลาน,เชลซี,นาโปลี และเรอัลมาดริด เบนิเตซเป็นผู้จัดการทีมคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่คุมทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพ,ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก,และแชมป์ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ โดยปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมให้กับ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ในสมัยที่ ราฟา เบนิเตซ เคยคุมทีมอินเตอร์ มิลานต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ว่าราฟา เบนิเตซ นั้นกำลังจะทำลายสิ่งต่างๆที่เขาสร้างมาให้พังทลายลงหลังจากที่ กุนซือสเปเชี่ยล วัน พึ่งพางูใหญ่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายนการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ แต่พอหลังจากเบนิเตซเข้ามารับช่วงต่อก็ไม่สามารถสานต่อความสำเร็จของทีมได้เลย ทำให้สเปเชี่ยล วัน ออกมาตำหนิว่าเขานั้นจะทำสิ่งต่างๆที่ผมสร้างนั้นพัง

(รอติดตามตอนต่อไปยังไม่จบเพียงเท่านี้แน่นอน)

Check Also

เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกตัว จ่าฝูงวันคริสต์มาสไม่ได้การันตีแชมป์พรีเมียร์ลีก

Pin ค$ …

ใส่ความเห็น